วันนี้ตอนเย็นแวะไปดูบ้าน เนื่องจากเพื่อนของน้องไอรีนเค้าขอมาอยู่ 2 อาทิตย์ในระหว่างที่กำลังหาบ้านอยู่ ก็ไปดูห้องน้องไอรีน น้องไอรีนเค้าก็โวยวายว่าไอ้พื้นมันยังไม่ได้ทำเค้าเครียดมากเพราะเค้าต้องการที่สงบอ่านหนังสือ ก็เข้าใจอยู่แต่ว่าลาสโลวเค้ายังไม่กลับมาเราเองก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะงานไม้แล้วก็การตัดสินใจมันอยู่ที่ลาสโลวว่าเค้าจะเอายังไง จะซ่อมอย่างไร
น้องไอรีนเค้าก็ว่าเค้าจ่ายเงินนะ แล้วมันเป็นอย่างนี้ มันไม่คุ้ม เราก็เสนอไงว่าถ้าไม่คุ้มเดือนนี้เราไม่คิดค่าเช่าก็ได้ เพราะมันเป็นเหตุสุดวิสัย เค้าบอกเค้าเครียดเพราะเค้าต้องเริ่มเรียนวันจันทร์นี้ต้องการเนื้อที่อ่านหนังสือ ไอ้คอร์สที่เค้าเรียนนะ จะบอกให้ได้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรกับคอร์สปริญญาโทที่เค้าลงเรียนเลย เสียเวลา แต่ก็ว่าคนเรามันไม่เหมือนกันจะให้รู้สึกเหมือนกันมันคงเป็นไปไม่ได้ อย่างมากก็ย้ายออกไป
ก็จะไม่ประวิงเวลา แค่นี้อดทนไม่ได้ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร เอาไว้เราตั้งหลักได้ก่อน ถ้าเรื่องมากยังมีเวลาก็ยังพอหานักเรียนได้ ถ้าเค้าอยากจะย้ายออกไปก็ไม่มีปัญหา เอางี้ดีกว่า
ไอ้การที่จะเป็นคนดีเกินไปมันยากจริงๆ ถ้าเป็นเราเราก็คงเข้าใจเจ้าของบ้าน เค้าไม่อยากให้ปัญหาเกิดขึ้นหรอก ขอให้น้องเค้าเข้าใจปัญหาด้วยเถิด เราไม่อยากจะเป็นคนร้าย เราคงไปเอาเปรียบใครเค้าไว้มาก มันก็เลยเป็นอย่างนี้
เอาละอย่าคิดมาก
อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด
Tuesday, 16 September 2008
Wednesday, 10 September 2008
บ้านกับความวุ่นวาย

วันนี้วุ่นวายทีเดียว
วุ่นวายแรกเริ่มตั้งแต่เกือบ 8 โมง บริษัทที่เครื่องซักผ้ามาส่งที่บ้านที่ให้นักเรียนเช่า ต้องรีบออกจากบ้านไปบ้านนักเรียน แล้วขณะขับรถไปก็ดันลืมกุญแจบ้าน แต่พอดีน้องๆ นักเรียนอยู่ในบ้าน ก็ไม่มีปัญหาหลังจากคนมาส่งเครื่องซักผ้าแล้วเราก็ติดตั้งจนสำเร็จ
วุ่นวายที่สองคือห้องที่ให้น้องเค้าอยู่ข้างล่าง ไอ้ท่อติดกับฮีทเตอร์มันรั่ว ไอ้รั่วไม่ว่า มันรั่วมาอยู่นานมากแล้ว มากตั้งแต่คนอยู่ปีที่แล้ว น้องไอรีนที่เค้าอยู่เค้าบอกตอนเดินลงจากเตียงเท้าไปสัมผัสพรมมันแฉะ เค้าเลยโทรมาบอกเมื่อวานซึ่งได้ติดต่อช่างไปซ่อม แต่ปัญหาก็คือน้ำมันชุ่มไม้ คือไม้มันดูดน้ำจนชุ่ม คือกำลังเริ่มเน่าแล้ว กลิ่นเหมือนเห็ดราประมาณนั้น ก็เลยตัดสินใจเอาพรมออก งานช้างเพราะมันมีเฟอร์นิเจอร์อยู่ ก็ทุลักทุเลกัน 2 คนกับน้องไอรีนจนได้ กว่าจะทำเสร็จเล่นเอาเหงื่อตก
วุ่นวายที่สาม ก็คือต้องไปเอาประกาศให้เช่าห้องออกจากออฟฟิศที่ติดต่อให้เช่าบ้าน ก็เรียบร้อย แต่ว่าผลพลอยได้ก็คือได้สายไฟมาลอกเพื่อเก็บไว้ไปถวายหลวงปู่พุทธอิสระ ในการหล่อพระพุทธรูป ก็อนุโมทนากับคนที่ให้ ถึงแม้เค้าจะไม่รู้ว่าเราจะเอาไปทำอะไรก็ตาม
วุ่นวายที่สี่ คือ ไปเอากุญแจที่ห้องที่จะทำบุญในอาทิตย์หน้า ตอนไปตอนแรกก็ไม่เจอสตีฟ เจ้าหน้าที่ของตึก พอดีตอนออกมาขับรถออกไปก็เจอพอดี ก็เลยได้กุญแจมา เฮ้อ โล่งไปอีกเปราะนึง
วุ่นวายสุดท้ายก็คือต้องไปดูพรมเพื่อที่ว่าจะเอาไว้ใส่ที่ห้องของน้องไอรีน
โชคดีวันนี้ซอลท์ไปป์ไม่ค่อยวุ่นวายมาก เพราะไม่ได้ลงโฆษณาในตอนนี้เนื่องจาก Laci ไม่อยู่บ้านเนื่องจากไปพาราลิมปิคที่ปักกิ่ง
ในที่สุดความวุ่นวายมันก็เป็นอนัตตา สิ้นสุดไป วันใหม่ที่ความวุ่นวายอย่างอื่นก็จะตามมาเรื่อยๆ ตราบใดที่ยังมีชีวิต ความวุ่นวายก็เกิดดับ เกิดดับ ไปอย่างไม่หยุดยั้ง นี่แหละธรรมะ
ต้องขอไปพักก่อน ไปชาร์จแบต
Monday, 8 September 2008
วันที่คิดถึงแม่และป๊า
วันนี้คิดถึงแม่กับป๊า ไม่รู้เป็นไงเวลาศึกษาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทีไร ใจประหวัดคิดถึงบุพการี เพราะถ้าไม่มีแม่กับป๊า ก็ไม่มีเราในวันนี้ เราที่มานั่งเขียนบันทึกความรู้สึกดีๆให้แบ่งกันอ่าน
ในวันที่จะครบรอบวันเกิดที่จะมาถึงวันที่ 19 กันยาที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่าปีที่แล้ววันนี้จะเป็นวันในประวัติศาสตร์เพราะเป็นวันทำรัฐประหาร แต่เมื่อ 36 ปีที่ผ่านมาผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในวันนี้เพื่อที่จะคลอดลูกน้อยคนแรกหลังจากได้ฟูมฟักทารกในท้องมานานถึง 9 เดือน เป็นวันที่ผู้ชายคนหนึ่งรอวันที่ลูกน้อยจะร้องอุแว้ อุแว้ ลืมตามมาดูโลก
36 ปีที่ผ่านมาเราถือว่าโชคดีที่ได้มีชีวิตจนมาถึงวันนี้ ซึ่งหลายคนก็ไม่สามารถมีโอกาสได้มีชีวิตถึงวันนี้ เราโชคดีที่มีชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่ดี มีครูบาอาจารย์ที่ดี มีเพื่อนที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีคนคอยช่วยเหลือเกื้อกูล ชีวิตคนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ การที่เรามีชีวิตที่มีความสุขมันไม่ได้มาจากตัวเราเพียงอย่างเดียว
ชีวิตคนไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมความสุขมันมากกว่าความทุกข์ หรืออาจจะเพราะว่ามองเห็นทุกข์ เข้าใจในความทุกข์มันก็เลยไม่ค่อยรู้สึกทุกข์
ชีวิตนี้ที่ได้เกิดมา ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นส่วนร่วมในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้าย ขอบพระคุณมากคะ แล้วก็รักป๊ากับแม่ทึ่สุด
ในวันที่จะครบรอบวันเกิดที่จะมาถึงวันที่ 19 กันยาที่จะถึงนี้ ถึงแม้ว่าปีที่แล้ววันนี้จะเป็นวันในประวัติศาสตร์เพราะเป็นวันทำรัฐประหาร แต่เมื่อ 36 ปีที่ผ่านมาผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งได้เสี่ยงเป็นเสี่ยงตายในวันนี้เพื่อที่จะคลอดลูกน้อยคนแรกหลังจากได้ฟูมฟักทารกในท้องมานานถึง 9 เดือน เป็นวันที่ผู้ชายคนหนึ่งรอวันที่ลูกน้อยจะร้องอุแว้ อุแว้ ลืมตามมาดูโลก
36 ปีที่ผ่านมาเราถือว่าโชคดีที่ได้มีชีวิตจนมาถึงวันนี้ ซึ่งหลายคนก็ไม่สามารถมีโอกาสได้มีชีวิตถึงวันนี้ เราโชคดีที่มีชีวิตที่ดี มีครอบครัวที่ดี มีครูบาอาจารย์ที่ดี มีเพื่อนที่ดี มีสิ่งแวดล้อมที่ดี มีคนคอยช่วยเหลือเกื้อกูล ชีวิตคนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ การที่เรามีชีวิตที่มีความสุขมันไม่ได้มาจากตัวเราเพียงอย่างเดียว
ชีวิตคนไม่มีคำว่าสมบูรณ์แบบ แต่โดยรวมความสุขมันมากกว่าความทุกข์ หรืออาจจะเพราะว่ามองเห็นทุกข์ เข้าใจในความทุกข์มันก็เลยไม่ค่อยรู้สึกทุกข์
ชีวิตนี้ที่ได้เกิดมา ต้องขอขอบคุณทุก ๆ คนที่เป็นส่วนร่วมในการดำเนินชีวิตไม่ว่าจะดีหรือร้าย ขอบพระคุณมากคะ แล้วก็รักป๊ากับแม่ทึ่สุด
Subscribe to:
Posts (Atom)
